Co-located with:

ค้นพบคำตอบความคุ้มค่าการลงทุนระบบโซลาร์เซลล์ ในงาน Solar+Storage Asia 2022

ปัญหาสภาวะโลกร้อนจากการผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิล และประเด็นค่าไฟฟ้าที่กำลังสร้างภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าในปัจจุบัน อาจจะมีทางออกที่ดี หากเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน ( Energy Storage System : ESS) ที่ใช้ควบคู่กันกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์โดยการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ สามารถพัฒนาให้มีต้นทุนที่ต่ำลงและมีการใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น

เพราะความสำคัญของเทคโนโลยีระบบโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงาน หรือ เรียกง่ายๆ ในที่นี้ว่า Solar + Energy Storage เป็นกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนแนวทางการใช้พลังงานในอนาคต มาสู่การใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยลดหรือเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน น้อยลง ขณะที่ระบบกักเก็บพลังงานที่มีประสิทธิภาพจะส่งเสริมให้ระบบการผลิตและการส่งกระแสไฟฟ้ามีความเสถียร และมีความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้น

การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Energy Storage ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเวลากลางคืนหรือช่วงที่ไม่มีแสงแดดจะไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะระบบกักเก็บพลังงานมีคุณสมบัติที่สามารถกักเก็บและเพิ่มคุณภาพพลังงานก่อนปล่อยออกมา จึงช่วยกระจายพลังงานให้เหมาะกับความต้องการ และสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าออกมาทดแทนได้หลายชั่วโมง ตามแต่ประสิทธิภาพ​และเทคโนโลยีของแต่ละระบบ

การพัฒนาระบบ Energy Storage อย่างต่อเนื่องนี้ ส่งผลให้เกิดอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมระบบการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ เพิ่มมากขึ้นถึง 50% ภายในปี 2567 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายพลังงานของประเทศไทยและในระดับสากล ที่มุ่งส่งเสริมให้ใช้พลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากภาวะเรือนกระจก

เครดิตภาพประกอบจากเว็บไซต์​
https://www.enlit-asia.com/grids/highlighting-the-potential-of-energy-storage-in-asean/

ขณะที่ประเทศไทยนั้น รัฐบาลได้ส่งเสริมให้มีการติดตั้งกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ภายใต้แผนพลังงานแห่งชาติมาตลอดอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตถึง 5 เท่าภายในปี 2580 ถือเป็นกำลังการผลิตที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน ปัจจุบันมีตัวเลขการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ที่  345 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วน 43.4% ของพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด และตามแผนนโยบายพลังงาน 20 ปีของกระทรวงพลังงาน จะมีเป้าหมายการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดจำนวน 20 กิกะวัตต์ โดยมีพลังงานจากแสงอาทิตย์คิดเป็นสัดส่วนถึง 45%

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ คำถามที่หลายๆ คนยังไม่แน่ใจ คือ หากธุรกิจหรือบ้านพักอาศัย ต้องการลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์​เพื่อผลิตไฟฟ้า และมีระบบ Energy​ Storage​ กักเก็บพลังงานสำรองเอาไว้ใช้ในเวลากลางคืนหรือเวลาไม่มีแสงแดดนั้น จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าลงได้มากน้อยเพียงใด และมีความคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่?

เป็นจังหวะดี ที่เร็วๆ นี้ จะมีงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ Solar+Storage Asia 2022 ระหว่างวันที่ 20-22 กันยายน 2565  ณ ศูนย์ประชุมและนิทรรศการไบเทค บางนา ที่จัดพร้อมกันกับงานพลังงานระดับเอเชียอีก 2 งานคืองาน SETA 2022 (Sustainable Energy Technology Asia 2022) และงาน Enlit-Asia 2022  โดย Solar+Storage Asia 2022 ถือเป็นความพยายาม​ที่จะสร้างเวทีกลางให้บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าและบริษัทเจ้าของเทคโนโลยีด้านระบบ Energy Storage กว่า 400 บริษัทจากทั่วโลก มาพบกับผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถหาคำตอบได้ด้วยตัวเองว่าการลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์​เพื่อผลิตไฟฟ้า บวกเข้ากับระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน นั้น มีความคุ้มค่าต่อการลงทุนแล้วหรือไม่? และยังมีอะไรที่เป็นประเด็น​ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์นี้?

และแน่นอนว่าเมื่อคำนวณตัวเลขออกมาชัดว่ามีความคุ้มค่าที่จะลงทุน ก็สามารถที่จะตัดสินใจเลือกซัพพลายเออร์ที่มาร่วมออกบูธแสดงอยู่ในงานนี้ได้ทันที

โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการจัดงาน คือ ต้องการให้ผู้เข้าร่วมชมงาน ที่คาดว่าจะมีรวมทั้งสิ้นประมาณ 30,000 คน ได้พบกับผู้ขายผลิตภัณฑ์และผู้ติดตั้งระบบโซลาร์ เพื่อศึกษาระบบและหาคำตอบความคุ้มค่าของการลงทุน รวมทั้งได้รับความรู้จากการเข้า workshop การติดตั้งระบบโซลาร์จากผู้ขายโดยตรงอีกด้วย

ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในงานเทรดแฟร์ครั้งนี้ ซึ่งจัดโดย บริษัท แกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ถือว่าตอบโจทย์ทิศทาง​ของแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP2018 ที่มีการปรับปรุงใหม่ ซึ่งเน้นเรื่องการส่งเสริมพลังงานสะอาด และมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นสาเหตุของการเกิดสภาวะโลกร้อนที่ทั่วโลกมีความกังวลและกำลังร่วมมือกันเพื่อรักษาโลกใบนี้ให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน

Share:

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

RELATED ARTICLES

By clicking “Accept All Cookies”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts. Learning more about the Privacy Policy and you can manage your own privacy by clicking on Settings.

Privacy Preferences

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save